เลือกตั้งกี่ที พวกมันก็ได้ จะแก้ยังไง

“คนจน” ไม่ใช่คนโง่ ที่ยอมให้นักการเมืองบางประเภทจูงจมูก

พวกเขารู้… แต่พวกเขาไม่สามารถคิดข้ามขั้นไปได้ว่า นักการเมืองเหล่านี้เอาเสียงของพวกเขาไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตน (อันนี้พวกเขาก็รู้อีกเช่นกัน)

แต่พวกเขาสามารถคิดได้เพียงอนาคตอันใกล้ได้เท่านั้น เช่น พรุ่งนี้จะเอาอะไรกิน ลูกเปิดเทอมจะมีเงินไปซื้อเสื้อไหม ค่าเช่าบ้านปลายเดือนทำท่าจะไม่พอ

ดังนั้น หากบางครั้งบางคราว จะมีใครเอาเงินมาให้เพื่อประทังใช้ ไม่ให้ขัดข้อง แลกกับการเดินไปเข้าคูหา กาเบอร์ที่รับสั่ง พวกเขาจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องรับไว้
บางบ้าน วันเลือกตั้ง นั่งรอจนบ่ายสามโมง ยังไม่ไปเลือก ถามว่ารออะไร รอเงินไงครับ หากไปเลือกช้า ค่าเสียงยิ่งแพง
ถ้า exit poll ผลออกมาไม่แน่นอน หัวละ 5,000 ก็เคยมีจ่ายมาแล้ว นับว่าเป็นเงินมหาศาลที่จะช่วยแบ่งเบาภาระพวกเขาไปได้โขทีเดียว

เราอาจถกเถียงกันว่า การศึกษาจะสามารถแก้ปัญหาต่างๆในเมืองไทยได้ แต่ผมคิดว่า เราควรหันมาสนใจคำว่า “รัฐสวัสดิการ” (Welfare) กันมากกว่านี้ มันจะสามารถแก้ปัญหาการซื้อเสียงขายเสียงได้ในระยะยาว และช่วยลดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนได้โขทีเดียว

แต่ความคิดเช่นนี้ มักจะถูกฝ่ายนิติบัญญัติ ใช้ลูกถีบให้หล่นจากสภาทุกทีไป เพราะมันจะส่งผลกระทบกับพวกเขาโดยตรง

ยกตัวอย่าง ภาษีที่ดิน กับภาษีมรดก คงจะไม่เกิดขึ้นกับประเทศไทยในช่วงชีวิตของผมเป็นแน่แท้

ส่วนเรื่องคอรัปชั่นจะแก้ไขยังไงหว่า ใครมีความคิดช่วยถกที

ใครอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับรัฐสวัสดิการ ลองเข้าไปอ่านบทความสั้นๆที่ http://th.wikipedia.org/wiki/รัฐสวัสดิการ

via Tumblr http://tumblr.ukrit.net/post/68880706191